Skip to content
Home » จากริวกิวสู่โอกินาวา: จากอาณาจักรสู่จังหวัดของญี่ปุ่น

จากริวกิวสู่โอกินาวา: จากอาณาจักรสู่จังหวัดของญี่ปุ่น

จากริวกิวสู่โอกินาวา: จากอาณาจักรสู่จังหวัดของญี่ปุ่น

หลังจากที่อาณาจักรริวกิว (琉球王国) อยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่นตั้งแต่ปีค.ศ. 1609 เวลาผ่านมากว่า 200 ปีจนกระทั่งปีค.ศ. 1868 ญี่ปุ่นได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้นนั่นคือการปฏิรูปเมจิ (明治維新) ที่รัฐบาลทหารเอโดะ (江戸幕府) ถูกสลายและรวมอำนาจมาไว้ที่ศูนย์กลางใหม่คือรัฐบาลเมจิ (明治政府) ค่ะ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้นำไปสู่อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเวลาต่อมานั่นคือการเปลี่ยนระบบจากแคว้นมาเป็นจังหวัด (廃藩置県) ในปีค.ศ. 1871 ค่ะ แน่นอนว่าแคว้นซัทสึมะ (薩摩藩) ก็ถูกเปลี่ยนเช่นกัน กลายเป็นจังหวัดคาโกะชิมะ (鹿児島県) ในปัจจุบันค่ะ แล้วอาณาจักรริวกิวล่ะ?

จากอาณาจักรริวกิวสู่แคว้นริวกิว

ในปีต่อมาคือค.ศ. 1872 อาณาจักรริวกิวถูกเปลี่ยนชื่อเป็นแคว้นริวกิว (琉球藩) อาจจะดูเหมือนถูกเปลี่ยนแค่ในนามเท่านั้นแต่จุดประสงค์ที่แท้จริงคือเพื่อกำหนดเขตแดนของญี่ปุ่นนั่นเองค่ะ ซึ่งหากขึ้นชื่อว่าเป็นแคว้นแล้วก็ถือว่าเป็นเขตแดนของญี่ปุ่นไปโดยปริยายค่ะ โดยเขตแดนทางเหนือของญี่ปุ่นสิ้นสุดที่ฮอกไกโด (北海道) และริวกิวก็ถูกหมายให้เป็นชายแดนทางใต้ค่ะ ในช่วงนี้เกิดเหตุที่เรือจากเกาะมิยาโกะ (宮古島) ของริวกิวไปติดเกาะที่ไต้หวันและมีลูกเรือ 54 คน (บ้างก็ว่า 44 คน) ถูกชนพื้นเมืองฆ่า แม้ว่าต่อมาลูกเรือที่เหลือเพียงไม่กี่คนจะได้รับการช่วยเหลือจากจีนและถูกส่งกลับริวกิวอย่างปลอดภัย แต่ญี่ปุ่นใช้เหตุการณ์นี้ในการเข้ายึดครองไต้หวัน (台湾出兵) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในดินแดนใต้อำนาจของจีนค่ะ นอกจากนี้การเข้ายึดครองไต้หวันยังเป็นการแสดงให้จีนเห็นว่าริวกิวเป็นดินแดนของญี่ปุ่นอีกด้วยค่ะ

จากแคว้นริวกิวสู่จังหวัดโอกินาวา

ปีค.ศ. 1875 ไม่นานหลังจากการยึดครองไต้หวัน รัฐบาลญี่ปุ่นได้ตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแคว้นริวกิวให้เป็นจังหวัดโดยเริ่มจากการออกคำสั่งให้แคว้นริวกิวปฏิบัติตามดังนี้ค่ะ

1.ระงับการค้าและส่งเครื่องบรรณาการแก่จีนและตัดความสัมพันธ์กับจีน

2.ส่งข้าราชการอายุน้อยมายังญี่ปุ่นเพื่อเรียนรู้ระบบและการศึกษาใหม่

3.ปฏิบัติเช่นเดียวกันกับจังหวัดอื่นและใช้ระบบการปกครองของรัฐบาล

4.เพื่อไม่ให้เกิดความโกลาหลจากการเปลี่ยนแปลง จะมีการส่งกองกำลัง (鎮台) จากญี่ปุ่นไปประจำการ

และต่อมาในปีค.ศ. 1879 ญี่ปุ่นก็ได้ประกาศให้แคว้นริวกิวเป็นจังหวัดโอกินาวา (沖縄県) ค่ะ โดยเหตุการณ์นี้ถูกเรียกว่า “ริวกิวโชะบุน (琉球処分)” หรือแปลตรงๆ คือ “การกำจัดริวกิว” ค่ะ พร้อมกันนี้ กษัตริย์องค์สุดท้ายของริวกิวคือโชไท (尚泰王) ถูกพาตัวไปยังโตเกียว (東京都) ค่ะ ปัจจุบันครอบครัวของกษัตริย์โชไทยังอาศัยอยู่ที่โตเกียวค่ะ

กษัตริย์โชไท

ในกลุ่มชาวริวกิวมีชนชั้นขุนนางกลุ่มหนึ่งแอบเดินทางไปยังจีนและปลอมตัวเป็นชาวจีนเพื่อขอความช่วยเหลือจากจักรวรรดิชิง (清) ค่ะ คนกลุ่มนี้ถูกเรียกว่า “ดัทชินจิน (脱清人)” หรือ “ผู้หลบหนีไปยังจักรวรรดิชิง (จีน)” ค่ะ

ภาพถ่ายคณะคัทชินจินในจักรวรรดิชิง

หลี่ หงจาง (李鴻章) ขุนนางคนสำคัญของจีน ณ ขณะนั้นได้ออกมาคัดค้านการเปลี่ยนริวกิวเป็นโอกินาวาของญี่ปุ่น และได้เชิญให้ประธานาธิบดีสหรัฐคือยูลิสซีส ซิมป์สัน แกรนต์ (Ulysses Simpson Grant) มาเป็นคนกลางในการเจรจากับญี่ปุ่น หนึ่งในข้อเสนอระหว่างการเจรจาคือให้แบ่งเขตการปกครองโดยให้เกาะอามามิ (奄美諸島) และเกาะทางเหนือ(บ้างก็ว่ารวมเกาะโอกินาวา (沖縄本島) ด้วย)  เป็นของญี่ปุ่น ส่วนเกาะมิยาโกะ (宮古島) และยาเอยามะ (八重山諸島) ให้เป็นของจีน และฟื้นฟูอาณาจักรริวกิวที่เกาะทั้งสองแทน เพื่อคัดค้านข้อเสนอนี้ หนึ่งในกลุ่มคนริวกิวที่หลบหนีไปยังจีนชื่อว่าริน เซโค (林世功) จึงกระทำอัตนิวิบาตกรรม (ฆ่าตัวตาย) ทางจีนจึงไม่ลงนามยอมรับข้อเสนอดังกล่าวในปีค.ศ. 1881 ทำให้ข้อเสนอนั้นเป็นโมฆะ

ถึงเช่นนั้น สงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่หนึ่ง (日清戦争) ก็เริ่มขึ้นในปีค.ศ. 1894 และสิ้นสุดลงในปีต่อมาด้วยชัยชนะของญี่ปุ่น ทำให้ความพยายามในการฟื้นฟูอาณาจักรริวกิวหมดลงไปโดยปริยายและอาณาจักรริวกิวกลายเป็นจังหวัดโอกินาวาโดยสมบูรณ์ค่ะ

ภาพวาดสงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่หนึ่ง

จากโอกินาวาในวันนั้นถึงโอกินาวาในวันนี้

กว่าจะเป็นจังหวัดที่มีสีสันและเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวอย่างปัจจุบัน จังหวัดโอกินาวานั้นนับว่าผ่านเหตุการณ์มามากพอสมควรค่ะ เช่นการเปลี่ยนจากการปลูกข้าวมาผลิตน้ำตาลให้กับญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่งซึ่งตอนนั้นมีความต้องการซื้อน้ำตาลสูงจนการเกษตรของโอกินาวากลายเป็นการเกษตรกรรมพืชเดี่ยวหรือ Monoculture ที่จะเน้นปลูกพืชเพียงชนิดเดียวค่ะ ทำให้หลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่งเมื่อความต้องการซื้อน้ำตาลลดลง เกษตรกรจำนวนมากที่ขายน้ำตาลไม่ได้และไม่ได้ปลูกพืชอื่นไว้รองรับจึงเผชิญกับความอดอยากจนเกิดช่วงเวลาที่เรียกว่า “โซเท็ตสึจิโกคุ (ソテツ地獄)” หรือ “นรกสาคู” เพราะในขณะนั้นเกษตรกรที่ปลูกแต่น้ำตาลและไม่มีเงินซื้อข้าวต้องอาศัยแป้งจากต้นสาคูเป็นอาหาร แต่การล้างพิษสาคูต้องใช้เวลา 2-3 วันกว่าจะล้างพิษหมด หากรีบกินทั้งที่ยังไม่ล้างพิษออกดีอาจทำให้อาเจียน ท้องร่วง เพลีย เป็นลม และหากได้รับมากพอ อาจทำให้ตับล้มเหลวและเสียชีวิตได้ค่ะ ช่วงนั้นจึงมีคนโอกินาวาหลายคนย้ายถิ่นฐานไปยังโอซากา (大阪府) และอีกหลายคนย้ายถิ่นฐานไปประเทศอื่นโดยเฉพาะบราซิลค่ะ ส่วนในประเทศไทยนั้นผลสำรวจล่าสุดระบุว่ามีคนโอกินาวา 51 คนอาศัยอยู่ค่ะ

ในด้านสังคมและภาษานั้น เพราะเดิมเป็นประเทศอื่นมาก่อนทำให้คนโอกินาวาเผชิญกับการถูกแบ่งแยกจากคนญี่ปุ่นในช่วงแรก เช่นเหตุการณ์ “พิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์ (人類館)” ซึ่งนำคนโอกินาวามาจัดแสดงพร้อมชนชาติอื่นเช่นจีน เกาหลี ไอนุ และชนพื้นเมืองไต้หวันค่ะ

ภาพถ่ายบุคคลที่ถูกนำมาจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์

ด้วยความแบ่งแยกนี้ จึงมีหลายคนที่พยายามปกปิดว่าตัวเองเป็นคนโอกินาวาและพยายามเปลี่ยนแปลงให้เหมือนคนญี่ปุ่นมากที่สุด เช่นการเปลี่ยนเสียงอ่านนามสกุล การพยายามเปลี่ยนมาใช้ภาษาญี่ปุ่นโดยมีระบบ “ป้ายภาษาถิ่น (方言札)” ที่ใช้ลงโทษเมื่อนักเรียนใช้ภาษาถิ่นด้วยการแขวนป้ายไว้เพื่อให้นักเรียนคนอื่นเห็น

ป้ายภาษาถิ่น

นอกจากนี้ยังมีความพยายามในการแต่งกายด้วยชุดญี่ปุ่น และการรักษาเวลาเหมือนคนญี่ปุ่นค่ะ ปัจจุบันมีคนจำนวนน้อยที่สามารถพูดภาษาถิ่นโอกินาวาหรือ “อุจินากุจิ (うちなーぐち)” ได้และผู้ที่พูดภาษาถิ่นเป็นภาษาแม่ได้มีแต่ผู้สูงอายุเท่านั้น ทำให้ภาษาถิ่นโอกินาวาถูกจัดให้เป็นภาษาที่ใกล้สูญหายภาษาหนึ่งของโลกค่ะ นอกจากนี้การพยายามเปลี่ยนอัตลักษณ์ให้เหมือนคนญี่ปุ่นประกอบกับวัฒนธรรมพื้นเมืองหลายอย่างที่หายไปหลังสงครามโลกทำให้อัตลักษณ์ของคนโอกินาวาถูกมองว่ามีความคลุมเครือจนทำให้เกิดโอกินาวาศึกษา (沖縄学) ซึ่งเป็นการศึกษาวิจัยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของโอกินาวาขึ้นค่ะ

อิฮะ ฟุยู (伊波普猷) บิดาแห่งโอกินาวาศึกษา

ในด้านวัฒนธรรม สถาปัตยกรรมและประชากร โอกินาวาเคยเป็นสนามรบสุดท้ายของญี่ปุ่นก่อนการทิ้งระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมา (広島県) และนางาซากิ (長崎県) โดยสนามรบที่โอกินาวาหรือยุทธการโอกินาวา (沖縄戦) เป็นหนึ่งในการรบที่ดุเดือดและมีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในการรบฝั่งตะวันออกของสงครามโลกครั้งที่สอง นอกจากพระราชวังชูริ (首里城) โบราณสถาน และสุสานที่ถูกทิ้งระเบิดแล้ว ประชาชนชาวโอกินาวาจำนวนมากก็เสียชีวิตไปในการรบนี้เช่นกันทำให้วัฒนธรรมหลายอย่างสูญหายไปด้วย ซึ่งปัจจุบันกำลังมีความพยายามฟื้นฟูวัฒนธรรมเหล่านั้นขึ้นมาทีละนิดค่ะ หลังสงครามจังหวัดโอกินาวาเป็นของกองทัพอเมริกาจนถูกคืนให้กับญี่ปุ่นในปีค.ศ. 1972 ค่ะ

ยุทธการโอกินาวาหรืออีกชื่อคือปฏิบัติการภูเขาน้ำแข็ง (Operation Iceberg)

มาถึงตรงนี้มีเหตุการณ์หลายอย่างเกิดขึ้นจนแทบปะติดปะต่อไม่ถูก แต่หากมองเลขปีค.ศ.แล้ว อาณาจักรริวกิวเพิ่งจะหายไปเมื่อ 120 กว่าปีก่อน คิดเป็นอายุขัยของคนก็เท่าๆ กับผู้สูงวัยที่อายุยืนมากๆ คนหนึ่งค่ะ แต่ในช่วงเวลาที่ดูเหมือนจะไม่นานนี้มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นหลายอย่างทีเดียวค่ะ แต่ความเปลี่ยนแปลงนี้เองที่ทำให้ประวัติศาสตร์ของริวกิวและโอกินาวาเป็นประวัติศาสตร์อีกหนึ่งชุดที่น่าสนใจค่ะ          สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

株式会社山川出版社(2004)「変転する時代」『沖縄県の歴史』,pp.224-226

株式会社 吉川弘文館(2005)「近代化の矛盾と迎合」『琉球・沖縄と海上の道』,pp.133-140

株式会社 吉川弘文館(2005)「沖縄を超える人びと」『琉球・沖縄と海上の道』,pp.141

okireki.muragon

และภาพจาก cache.netease, wikimedia, ryubun21, storage-yahoo, f.st-hatena, japantimeline, agri-hotstage ค่ะ